ทนายเข้าพบวัฒนา เมืองสุข ที่มทบ.11 หลังเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. เพิ่ม เตรียมหอบเงิน 5 หมื่นบาทไว้ประกันตัว ด้านกิตติรัตน์ ณ ระนอง เชื่อไม่มีคนชักใยอยู่เบื้องหลัง ชี้ลูกยื่นฟ้องให้พ่อเป็นเรื่องในครอบครัว
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความของนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมายังมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) หลังนายทหารพระธรรมนูญจะนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับนายวัฒนา ขณะที่เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความสงบ (กกล.รส.) ได้นำตัวนายวัฒนา จากค่ายสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 39/2557 ตั้งแต่เมื่อคืนวานนี้ (20 เมษายน 2559) โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และมวลชนบางส่วนเดินทางมาให้กำลังใจนายวัฒนาที่หน้า มทบ.11
นายนรินทร์พงศ์ กล่าวว่า จนถึงขณะตนยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายวัฒนา ซึ่งในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ต้องการแจ้งข้อกล่าวหาที่นายวัฒนาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ 39/2557 ที่กำหนดเงื่อนไขไว้ว่า จะไม่เคลื่อนไหวและประชุมทางการเมืองใด ๆ หากฝ่าฝืนเงื่อนไขจะยินยอมถูกดำเนินคดีและยินยอมถูกระงับธุรกรรมทางการเงิน นั้น ตนจะเข้าร่วมเข้ารับฟังการแจ้งข้อกล่าวหาในครั้งนี้ เพื่อทราบรายละเอียดการแจ้งข้อกล่าวหาและเตรียมช่องทางการต่อสู้ทางกฎหมาย ต่อไป เนื่องจากเป็นสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายอาญา นอกจากนี้คิดว่าหลังการสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาเสร็จ เจ้าหน้าที่จะส่งตัวนายวัฒนาไปฝากขังที่ศาลทหารผลัดแรก ซึ่งตนจะทำเรื่องยื่นขอประกันตัวชั่วคราวในวงเงินประมาณ 50,000 บาท และเชื่อว่าจะได้รับการปล่อยตัวเพราะไม่ใช่ความผิดร้ายแรง ทั้งนี้ตนรู้สึกแปลกใจที่ คสช. อาจจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมเพราะคิดว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการประท้วง
ขณะที่นายกิตติรัตน์ ระบุว่า ภายหลังการรัฐประหารนักการเมืองหลายคนได้ลงนามบันทึกข้อตกลง ตามคำสั่ง คสช. ที่39/2557 ก่อนได้รับการปล่อยตัว ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีการใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับปี 2557 และการแสดงความเห็นของนายวัฒนานั้น เป็นไปตามสิทธิของประชาชนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2557 ดังนั้นคำสั่ง คสช. ดังกล่าวจะใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญได้อย่างไร
ในส่วนข้อสงสัยของ คสช. ที่เชื่อว่าการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ขณะนี้อาจมีผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ตนเชื่อว่าไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง เพราะถ้ามีผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะไม่มีพฤติกรรมเปิดเผยอย่างตน เพราะสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่นั้นตนทำด้วยความผูกพันธ์เพราะตนกับนายวัฒนา รู้จักกันมานาน ส่วนที่นางสาววีรดาได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องทุกข์ให้นายวัฒนา ตนมองว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัวที่พ่อลูกจะตกลงกัน
ต่อมาเวลา 9.30 น. ทาง พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ฝ่ายกฎหมาย คสช. ได้ออกมารับ นายนรินทร์ และทีมทนายความ เดินทางเข้าไปพบนายวัฒนา และพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ภายใน มทบ.11
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความของนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมายังมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) หลังนายทหารพระธรรมนูญจะนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับนายวัฒนา ขณะที่เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความสงบ (กกล.รส.) ได้นำตัวนายวัฒนา จากค่ายสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 39/2557 ตั้งแต่เมื่อคืนวานนี้ (20 เมษายน 2559) โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และมวลชนบางส่วนเดินทางมาให้กำลังใจนายวัฒนาที่หน้า มทบ.11
นายนรินทร์พงศ์ กล่าวว่า จนถึงขณะตนยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายวัฒนา ซึ่งในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ต้องการแจ้งข้อกล่าวหาที่นายวัฒนาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ 39/2557 ที่กำหนดเงื่อนไขไว้ว่า จะไม่เคลื่อนไหวและประชุมทางการเมืองใด ๆ หากฝ่าฝืนเงื่อนไขจะยินยอมถูกดำเนินคดีและยินยอมถูกระงับธุรกรรมทางการเงิน นั้น ตนจะเข้าร่วมเข้ารับฟังการแจ้งข้อกล่าวหาในครั้งนี้ เพื่อทราบรายละเอียดการแจ้งข้อกล่าวหาและเตรียมช่องทางการต่อสู้ทางกฎหมาย ต่อไป เนื่องจากเป็นสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายอาญา นอกจากนี้คิดว่าหลังการสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาเสร็จ เจ้าหน้าที่จะส่งตัวนายวัฒนาไปฝากขังที่ศาลทหารผลัดแรก ซึ่งตนจะทำเรื่องยื่นขอประกันตัวชั่วคราวในวงเงินประมาณ 50,000 บาท และเชื่อว่าจะได้รับการปล่อยตัวเพราะไม่ใช่ความผิดร้ายแรง ทั้งนี้ตนรู้สึกแปลกใจที่ คสช. อาจจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมเพราะคิดว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการประท้วง
ขณะที่นายกิตติรัตน์ ระบุว่า ภายหลังการรัฐประหารนักการเมืองหลายคนได้ลงนามบันทึกข้อตกลง ตามคำสั่ง คสช. ที่39/2557 ก่อนได้รับการปล่อยตัว ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีการใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับปี 2557 และการแสดงความเห็นของนายวัฒนานั้น เป็นไปตามสิทธิของประชาชนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2557 ดังนั้นคำสั่ง คสช. ดังกล่าวจะใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญได้อย่างไร
ในส่วนข้อสงสัยของ คสช. ที่เชื่อว่าการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ขณะนี้อาจมีผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ตนเชื่อว่าไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง เพราะถ้ามีผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะไม่มีพฤติกรรมเปิดเผยอย่างตน เพราะสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่นั้นตนทำด้วยความผูกพันธ์เพราะตนกับนายวัฒนา รู้จักกันมานาน ส่วนที่นางสาววีรดาได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องทุกข์ให้นายวัฒนา ตนมองว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัวที่พ่อลูกจะตกลงกัน
ต่อมาเวลา 9.30 น. ทาง พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ฝ่ายกฎหมาย คสช. ได้ออกมารับ นายนรินทร์ และทีมทนายความ เดินทางเข้าไปพบนายวัฒนา และพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ภายใน มทบ.11
0 ความคิดเห็น